การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับโลก เมื่อระบบอัตโนมัติก้าวเข้ามาแทนที่มนุษย์
การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจท่ามกลางการพัฒนาทางเทคโนโลยีในเวลานี้เต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ใช่แค่เรื่องการลดต้นทุนระยะสั้นเหมือนในอดีต ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะตกงานเชิงโครงสร้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
การที่ผู้บริหารสูงสุดออกมาแถลงทิศทางธุรกิจอย่างชัดเจนโดยไม่มีการปิดบัง ทำให้เห็นว่าทัศนคติที่มีต่อทุนมนุษย์ในสายตาของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากสายงานเหล่านี้เป็นจุดแข็งของระบบประมวลผลอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่าหลายเท่าตัว
เป้าหมายทางการเงินและสถิติเชิงตัวเลข ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้มีตัวเลขชี้วัดความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน และการเร่งดึงเม็ดเงินใหม่copyrightบริหารความมั่งคั่งเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต
- การยกระดับผลกำไรผู้ถือหุ้น: องค์กรตั้งเป้าหมายตัวเลขผลตอบแทนที่เติบโตแบบก้าวกระโดดภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
- การเพิ่มมูลค่าแรงงานที่เหลืออยู่: พนักงานที่ยังคงอยู่ในระบบจะต้องมีความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
- การเบนเข็มสู่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง: อันเป็นตลาดที่ยังต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง
ทำให้ผู้ที่ไม่ยอมปรับตัวตามกระแสเทคโนโลยีต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างอย่างรุนแรง
เจาะลึกสายงานที่เสี่ยงถูกทดแทนและทางรอด
ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการจำแนกประเภทงานที่มีความเสี่ยงสูงและงานที่มีเกราะป้องกันไว้ดังนี้
กลุ่มงานที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถทำแทนได้ง่ายคือการทำงานตามกฎเกณฑ์ตายตัว การปรับโครงสร้างองค์กรยุคใหม่ ตลอดจนงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจเชิงจริยธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเฉพาะตัวของมนุษย์
สัญญาณเตือนถึงเมืองเทคโนโลยี
การที่สถาบันการเงินข้ามชาติเริ่มลดขนาดศูนย์บริการหลังบ้านย่อมส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังอุตสาหกรรมเอาท์ซอร์สทั้งหมด แม้ฝ่ายบริหารจะยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือและพัฒนาทักษะใหม่ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
ประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจเคยชี้ให้เห็นว่าการเกิดเทคโนโลยีใหม่มักทำลายงานเก่าและสร้างงานใหม่ขึ้นมาเสมอ
5 ทักษะขั้นสูงที่มนุษย์ต้องมีเพื่อความอยู่รอด
การเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองในตลาดแรงงานสมัยใหม่สามารถทำได้ดังนี้
ทักษะที่ 1: ความสามารถในการสร้างความไว้วางใจและโน้มน้าวใจ
มุ่งเน้นการทำงานที่ต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แน่นแฟ้น
2. ระบบคิดวิเคราะห์และการประเมินบริบทซับซ้อน
ฝึกฝนการมองปัญหาในองค์รวมและการเชื่อมโยงปัจจัยภายนอกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
3. การเป็นผู้นำและการประสานงานทีมงานหลากหลาย
การบริหารจัดการความขัดแย้งและการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทีมงานในยุคเปลี่ยนผ่าน
ทักษะที่ 4: การตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรมและคุณค่า
ฝึกการประเมินผลกระทบในมิติสังคมและศีลธรรมซึ่งระบบอัตโนมัติไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเลขได้
5. กลยุทธ์ Lifelong Learning และความยืดหยุ่น
หมั่นศึกษาและทดลองใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อนำมาเพิ่มผลผลิตในการทำงานของตนเอง